31 มกราคม 2554

พี่ครับ ผมไม่ใช่ปลา!!!


สัตว์พวกนี้ถ้าดูในแบบชีววิทยา ก็จะจัดเจ้าพวกนี้อยู่อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia) ค่ะ ซึ่งจะมีการจำแนกเป็นไฟลั่มไปอีก โดยใช้ลักษณะสำคัญ คือ จำนวนชั้นของเนื้อเยื่อ ช่องภายในตัว ปล้องขา ลำตัว ชนิดของท่อทางเดินอาหาร สมมาตร (symmetry) ของลำตัว ชนิดของระบบไหลเวียน และการพัฒนาของระบบอื่นๆ ซึ่งมี 10 ไฟลั่มด้วยกัน เมื่อแยกจัดเจ้าพวกนี้อยู่ในไฟลั่มต่างๆแล้ว จะรู้เลยค่ะ ว่าต่างจากปลา เช่น

- วาฬ โลมา 3 ชนิดนี้จะจัดอยู่ในไฟลั่มเดียวกันค่ะ คือ ไฟลัมคอร์ดาตา (Phylum Chordata) ซึ่งบรรพบุรุษเป็นสัตว์บกที่วิวิฒนาการลงน้ำ รูปร่างภายนอกคล้ายปลา ก็เลยโดนเรียกปลาซะหมด

- ดาว จัดอยู่ในไฟลัมอีคิโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata) เป็นสัตว์ทะเลทั้งหมดค่ะ พอตัวเต็มวัยตัวจะมีขนาดสมมาตรรัศมี ตัดแบ่งครึ่งได้เท่ากันเป๊ะ มีระบบน้ำใช้ในการเคลื่อนที่ มีระบบไหลเวียน ระบบประสาท และระบบท่อทางเดินอาหาร จำแนกเป็นห้าชั้น พวกเดียวกันในไฟลั่มนี้ก็พวก เม่นทะเล ปลิงทะเล

- หมึก จัดอยู่ในไฟลัมมอลลัสกา (Phylum Mollusca) เป็นจำพวกเดียวกับหอยค่ะ คือมีลำตัวนิ่ม แต่เสียเปรียบสุด หอยยังมีเปลือกแข็งอ่ะ หมึกก็มีนะคะ แต่ดั๊นไปอยู่ข้างใน แค่จับขึ้นมาโดนแดดก็ตายแล้ว..

แต่เราก็เรียกปลา 5 อย่างนี้ว่าปลามาตลอดนะคะ เห็นอยู่ในน้ำ บางตัวก็รูปร่างก็เป็นปลา บางตัวก็เห็นเค้าเรียกกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ถ้าได้เรียนวิชาชีววิทยาแล้วละก็ ก็จะได้รู้จักเจ้าพวกนี้มากขึ้น เหมือนเราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น สิ่งที่เราได้ยินได้ฟังมาตลอด บางครั้งก็ไม่ถูกต้องเสมอไป


อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/20139/ปลา-ชีววิทยา-ไฟลั่ม.php#ixzz1CcUoVjQE

เรื่องของชั้น.....สำคัญต่อโลก




ชั้นบรรยากาศของโลกเรา ยังแบ่งได้เป็น 5 ชั้นอีกนะคะ คือ

1.โทรโพสเฟียร์ (Troposphere) ระยะความสูงจากพื้นโลกของบรรยากาศชั้นนี้ จะอยู่ที่ 0-15 กิโลเมตรเนหือระดับน้ำทะเลค่ะ เป็นชั้นบรรยากาศล่างสุดเลยหล่ะ สภาพโดยทั่วไปไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกันตลอด จะปั่นป่วน วุ่นวายตลอดเวลา ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางอุณหภูมิ ความชื้น ความดัน และอื่น ๆ อยู่ตอลด

2.สตราโตสเฟียร์ (Stratosphere) เป็นบริเวณถัดจากชั้นโทรโพสเฟียร์ขึ้นไปจนถึงความสูง 50 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นชั้นบรรยากาศที่ค่อนข้างคกที่ ไม่ค่อยจะเปลี่ยนแปลงนัก และยังเป็นชั้นที่มี โอโซนอยู่ด้วย (O3) ซึ่งเจ้าโอโซนนี้ก็จะทำหน้าที่ดูดซึมรังสีอัตราไวโอเลต(UV)จากดวงอาทิตย์ไว้อีกด้วย ว้าวๆ ไม่งั้นพวกเราคงดำกว่านี้แน่เลย

3.เมสโซสเฟียร์ (Mesosphere) ถัดจากชั้นสตราโตสเฟียร์ไปจนถึงความสูง 80-85 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเล และยังเป็นชั้นที่ฝนดาวตก (meteors) ส่วนใหญ่เผาไหม้หมดเมื่อเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกด้วยค่ะ

4.เทอร์โมสเฟียร์ (Thermosphere) เป็นชั้นที่ถัดจากเมสโซสเฟียร์ไปจนถึงความสูงประมาณ 600 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเล (จ๊าก สูงขึ้นไปอีก) เป็นชั้นสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) โคจรรอบโลกอยู่ที่ความสูง 320 – 380 กิโลเมตรค่ะ โอ้ๆ เราได้รู้เรื่องอวกาศมากขึ้น ก็จากสถานีแห่งนี้หล่ะค่ะ

5.เอ็กโซสเฟียร์ (Exosphere) เป็นบรรยากาศชั้นนอกสุดของโลกเป็นรอยต่อระหว่างชั้นบรรยากาศของโลกและอวกาศแล้วค่ะ แต่มีขอบเขตแบ่งระหว่างชั้นบรรยากาศและอวกาศที่ไม่ชัดเจน บรรยากาศชั้นนี้ประกอบไปด้วยแก๊สไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นหลัก พี่แนนว่า เราหายใจกันไม่ได้ตั้งแต่บรรยากาศชั้น 2 แล้วหล่ะมั้งนั่น



อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/20639/เรื่องของชั้น..สำคัญต่อโลก.php#ixzz1CcUBl1Hp

หวานผ่าซาก....ต้องระวัง!!!


พูดถึงความหวาน สิ่งที่สร้างรสชตินี้ขึ้นมา ก็คือ น้ำตาล ค่ะ ซึ่งน้ำตาลเองก็มีอยู่หลายชนิด ทั้งน้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลกรวด น้ำตาลก้อน เรียกว่าทั่วบ้านเมืองอยากจะให้อาหารมีรสหวาน ก็ต้องใช้เจ้าน้ำตาลนี่หล่ะ เป็นวัตถุดิบที่มีติดเกือบทุกบ้าน ร้านอาหารก็ต้องมี ใส่เล็กน้อยพอเพิ่มรสชาติ ใส่มากจะกลายเป็นเชื่อม หวานปี๊กันเลยทีเดียว

น้ำตาล ในทางเคมีเป็นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต แบ่งได้อีกค่ะ ตามโครงสร้างโมเลกุล เป็น 3 กลุ่ม คือ

1.น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (Monosaccharide) เป็นชนิดของน้ำตาลที่มีโมเลกุลเล็กที่สุด ร่างกายย่อยไม่ได้อีก กินเข้าไปแล้วไม่ต้องผ่านการย่อย มีสูตรทั่วไปคือ CH2O การเรียนชื่อของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวจะเรียกตามจำนวนอะตอมของคาร์บอน แล้วลงท้ายด้วย โอ_ส เช่น กลูโคส ฟรักโทส กาแล็กโทส เป็นต้น

2.น้ำตาลโมเลกุลคู่ (Disaccharide) เกิดจากน้ำตาลโทเลกุลเดี่ยว 2-10 โมเลกุล มารวมตัวกันด้วยพันธะไกลโคซิดิก (glycosidic bond) ซึ่งอาจเป็นชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดกันก็ได้ ได้แก่ ซูโครส ที่รู้จักกันดี ก็คือ น้ำตาลทรายนั่นเองค่ะ แล้วยังพบได้ในอ้อย ตาล มะพร้าว น้ำผึ้ง ฯลฯ นอกจากนี้ก็ยังมี มอลโทส แล็กโทส

3.น้ำตาลโมเลกุลซ้อน (Polysaccharide) เป็นการจับตัวกันของโมเลกุลน้ำตาล มากกว่า 2 ตัวขึ้นไป พบมากในแป้งของธัญพืช และเผือกหัวมันต่างๆ ในสัตว์ คือ ไกลโคเจน

โอ้โห เรื่องหวานๆ จริงๆแล้วก็มีที่มาซับซ้อนนะคะ มีแบ่งประเภทได้อีก และยังมีประโยชน์ต่อร่างกายเรา แต่ถ้ากินมากไปก็เกิดโรคได้ อาทิ โรคอ้วน!!! ต้องกินกันอย่างระมัดระวังนะคะ



อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/20566/หวานผ่าซาก...ต้องระวัง.php#ixzz1CcTx1xPC

10 ห้องโปรดในโรงเรียน ที่นักเรียนชอบเข้า


1.ห้องดนตรี - ห้องแห่งเสียงเพลงและทำนอง สำหรับคนที่เรียนวิชาดนตรี ในที่นี้มีทั้งดนตรีไทยและดนตรีสากลนะคะ ห้องดนตรีสากล จะออกแนวบันเทิง เป็นแหล่งฝึกฝนวิชากันไป ส่วนห้องดนตรีไทย ก็ต้องสงบๆ และเคารพกันนิดหนึ่ง

2.ห้องศิลปะ - ห้องนี้สำหรับสร้างสรรค์จินตนาการค่ะ บรรยากาศก็จะอิสระนิดๆ คนที่ชอบวาดนั่นนี่ เข้าห้องนี้แล้วสุขสุดๆ หรือใครเก็บกดอารมณ์อะไรมา แอบมาติสท์แตกในนี้ ก็ถือว่าถูกทางนะคะ

3.ห้องคอมพิวเตอร์ - จะชอบมากเวลาพัก หรือเวลาว่าง เพราะชอบเข้าเน็ตมาดูข่าวสารความเคลื่อนไหว ดูรูป ดูคลิปนักร้องสุดที่รัก หรือเข้ามาหาสังคมออนไลน์คุณภาพอย่าง Dek.D.com เป็นต้น อิอิ

4.ห้องโสตทัศนศึกษา - เรียนสั้นๆว่าห้องโสตฯ สำหรับวิชาที่ต้องดูวิดิโอหรือมีฉายสไลด์ บางครั้งเวลาว่างก็อาจขออาจารย์มาเปิดดูหนังดูอะไรพักผ่อนได้บ้าง ยิ่งถ้ามีชุมนุมโสตฯด้วยละก็ จะเป็นชุมนุมที่คนเต็มไวที่สุดเลยไม่รู้ทำไม (แต่เรารู้กันใช่ไหม อิอิ)

5.ห้องพยาบาล - รู้สึกรุมๆ ตัวร้อนๆ ก็แวะไปห้องนี้สักหน่อย ได้กินยา หรือได้นอนพักในห้องนี้ แต่เห็นหลายคนอยากป่วย หรือทำตัวเหมือนป่วย ไปนอนบ่อยๆนะเนี่ย อิอิ


6.ห้องสมุด - ขึ้นชื่อว่าห้องสมุด ต้องรักษาความสงบเงียบอย่างเคร่งครัด เหมาะนักที่จะไปหาสมาธิ หลบลี้หนีจากผู้คน หรือแอบหลับตรงมุมชั้นวางหนังสือก็ยังได้ !!!

7.ห้องแลป - ห้องปฏิบัติการทางวิชาวิทยาศาสตร์ ดูน่าเรียนกว่าตอนจำสูตร จำสมการตั้งเยอะ

8.ห้องการงาน(ครัว) - โปรดสุดแล้วพี่น้อง ยิ่งห้องไหนมีวิชาการงานที่ต้องทำอาหาร พิฆาตคนทั้งโรงเรียนได้ด้วยกลิ่นอันหอมหวน จนอยากจะมาเกาะขอส่วนบุญ เอ้ยย ส่วนแบ่ง

9.ห้องแนะแนว - ห้องนี้จะได้รับความนิยมสูงสุดจากเด็ก ม.ปลายที่เตรียมแอดมิชชั่น เพราะต้องเข้าไปขอคำปรึกษาจากอาจารย์ในหลายๆเรื่อง บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องเรียนซะทีเดียว แต่เป็นเหมือนห้องปรึกษาปัญหาชีวิตของนักเรียนเลยหล่ะ

10.ห้องน้ำ - พลาดได้ยังไงห้องนี้ ประหนึ่งห้องแห่งสวรรค์ ถ้าไม่มี...ชีวิตนี้คงเศร้า พวกเราจะไปปลดทุกข์กันที่ไหน บางทีก็แอบไปตรวจความเรียบร้อยบนใบหน้า ส่องกระจก โบ๊ะแป้งแต่งหล่อ

อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/20724/10-ห้องโปรดในโรงเรียน-ที่นักเรียนชอบเข้า.php#ixzz1CcRocXi7

ยามเมื่อลม "พายุ" พัดหวน


พายุที่เกิดขึ้นมีหลายชนิดค่ะ ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และลักษณะของการเกิด แบ่งได้เป็น

พายุหมุนเขตร้อน เป็นคำทั่ว ๆ ไปที่ใช้สำหรับเรียกพายุหมุนหรือพายุไซโคลน (cyclone) ที่มีถิ่นกำเนิดเหนือมหาสมุทรในเขตร้อนแถบละติจูดต่ำ แต่อยู่นอกเขตบริเวณเส้นศูนย์สูตร พายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นได้หลายแห่งในโลก และมีชื่อเรียกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด บริเวณที่มีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นเป็นประจำ ได้แก่

มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก ทางตะวันตกของลองจิจูด 170 ํ ตะวันออก เมื่อมีกำลังแรงสูงสุด เรียกว่า "ไต้ฝุ่น" เกิดมากที่สุดในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน และตุลาคม

มหาสมุทรอินเดีย เรียกว่า "ไซโคลน"

มหาสมุทรอินเดียเหนือ ทะเลอาระเบีย เรียกว่า "ไซโคลน"

มหาสมุทรอินเดียใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปออสเตรเลีย เรียกว่า "วิลลี่วิลลี่"

ความรุนแรงของพายุ จะวัดจากความเร็วลมค่ะ ซึ่งในย่านมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก และทะเลจีนใต้มีการแบ่งตามข้อตกลงระหว่างประเทศดังนี้

พายุดีเปรสชั่น ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางไม่ถึง 34 นอต (63 กม./ชม.)

พายุโซนร้อน 34 นอต (63 กม./ชม.) ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 64 นอต (118 กม./ชม.)

พายุไต้ฝุ่น ความเร็วลม 64 นอต (118 กม./ชม.) ขึ้นไป


เฮอริเคน

จะเกิดขึ้นบนมหาสมุทรแปซิฟิค มีหลายชื่อขึ้นกับความเร็วลม ซึ่งก็จะอ่อนกำลังลงตามลำดับเป็น พายุโซนร้อน และพายุดีเปรสชั่นค่ะ


พายุทอร์นาโด

เป็นพายุหมุนที่มีความรุนแรงที่สุดและอันตรายมากที่สุด ในบรรดาพายุหมุน โดยลมพัดรอบศูนย์กลางอาจมีความเร็วถึง 800 กม./ชม.(จ๊ากก) และมีลักษณะเด่นชัดคือ เป็นพายุที่ก่อตัวจากก้อนเมฆ และย้อยลงมาบนผืนดินในลักษณะเป็นกรวยเกลียว ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50–500 เมตร แม้ว่าพายุชนิดนี้จะมีอายุไม่นานคือ เฉลี่ยประมาณ 1–2 ชั่วโมง แต่มีอำนาจการทำลายสูง สามารถกวาดยกบ้านเรือน รถยนต์ พายุนี้ส่วนใหญ่จะเกิดในประเทศสหรัฐอเมริกา

พายุฟ้าคะนอง

เกิดจากเมฆฝนฟ้าคะนอง ตรงไหนที่มีอากาศร้อน และมีความชื้น เกิดได้หมด พายุฟ้าคะนองมักจะทำให้มีลมแรง ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฝนหนักเกิดขึ้นพร้อมกัน ความรุนแรงก็ทำลายบ้านเรือน ต้นไม้พังได้เหมือนกันนะคะ

ส่วนใหญ่พวกเราคงเจอกันแต่ฝนฟ้าคะนองกันนะคะ แต่แค่นี้ก็จะแย่แล้ว ลองนึกถึงประเทศที่โดนเต็มๆ แล้ว ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะรอดไหมนะคะเนี่ย แค่พี่แนนเจอลมพัดแรงๆตอนฝนตก ร่มพัดหงายเงิบแทนที่จะกันฝนได้ ตัวก็เปียกซะอย่างนั้น



อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/21374/ยามเมื่อลม-พายุ-พัดหวน.php#ixzz1CcQTarLJ

10 สุภาษิตเจ๋ง ๆ แบบอินเตอร์ ๆ


Self-conquest is the greats of victory.
การชนะใจตนเอง คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

Blood is thicker than water.
เลือดข้นกว่าน้ำ

Heaven never helps the men who will not act.
สวรรค์ไม่เคยช่วยบุคคลผู้ซึ่งไม่ทำงาน

Time and tide wait for no man.
เวลาและกระแสน้ำไม่คอยใคร

Never too late to learn.
ไม่สายเกินไปที่จะเรียนรู้

Manners maketh man.
กิริยามารยาท ทำให้คนเป็นคน

If at first you don't succeed, try, try, try again.
หากครั้งแรกไม่สำเร็จ พยายาม พยายาม พยายามอีกครั้ง

Don't meet troubles half-way.
อย่าเผชิญปัญหาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ

Better be a fool than a knave.
เป็นคนโง่ดีกว่าเป็นคนโกง

Every man to his trade.
ทุกคนมีความถนัดของตนเอง

โอ้..แต่ละประโยคช่างแทงใจพี่แนนมากค่ะ อย่างนี้ต้องจำไปใช้แล้ว แต่จะจำเป็นภาษาไทยก่อนนะคะ ฮ่าๆ แล้วก็จดภาษาอังกฤษท่องไว้ รู้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เท่ห์จะตายค่ะ


อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/21706/10-สุภาษิตเจ๋งๆ-แบบอินเตอร์ๆ.php#ixzz1CcOCvarl

20 คำทับศัพท์ที่ใช้บ่อยจนคิดว่าเป็นคำไทย



กงสุล (consul) ได้ยินประจำคือ สถานกงศุลค่ะ พี่แนนก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเรียกคล้ายๆกับภาษาอังกฤษเลย

คูปอง (coupon) อันนี้พี่แนนไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่ายังไงดี ก็ทับศัพท์ตลอดเลยค่ะ

โคม่า (coma) เพื่อนพี่แนนตอนอกหัก ร้องไห้ฟูมฟาย จะเป็นจะตาย ก็เรียกว่า อาการโคม่า -_-''

เชิ้ต (shirt) เสื้อเชิ้ต ... แล้วเรียกเสื้ออะไรได้อีกหนอ??

ชอล์ก (chalk) ตั้งแต่เรียนมา คุณครูพี่แนนก็พูดว่าชอล์กตลอดเลยค่ะ ก็เลยไม่รู้ว่าเรียกอย่างอื่นว่าอะไร?

ซอส (sauce) ขาดไม่ได้สำหรับการประกอบอาหาร มีสารพัดซอสเลย

เต็นท์ (tent) มีหลายแบบหลายชนิด เป็นเหมือนที่พักชั่วคราว ที่พกพาได้ โดยเฉพาะเวลาไปค่าย ถ้าได้มีกางเต็นท์ สนุกเลย

แท็กซี่ (taxi) เจอได้ตามท้องถนนทั่วไป สั้นๆง่ายๆ

แบตเตอรี่ (battery) เวลาพี่แนนไปซื้อ เรียกถ่านไฟฉายตลอดเลย แหะๆ

ปลั๊ก,ปลั๊กไฟ (plug) เป็นอุปกรณ์วงไฟฟ้า ทำงานได้ต้องมีทั้งเต้ารับ และเต้าเสียบ แต่แหม จะให้พูดว่า "เอาเต้าเสียบพัดลม ไปใส่เต้ารับ" ก็ดูแปลกๆ ไม่ได้ยินคนพูดกัน ก็เลยพูดว่าเสียบปลั๊ก ก็เข้าใจแล้ว




ฟรี (free) ก็คือ ไม่ต้องเสียอะไร คำนี้เป็นคำที่หลายๆคนชอบ ได้ยินที่ไหนไม่ได้ ต้องไปให้ถึงแหล่ง อิอิ พี่แนนก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำอื่นว่าอะไรค่ะ

ฟิล์ม (film) อันนี้ไม่ใช่นักร้องนะคะ ฮ่าๆ แต่หมายถึงอุปกรณ์ส่วนหนึ่งของการบันทึกภาพ

ยีราฟ (giraffa) สัตว์โลกน่ารักคอยาวที่สุดในโลกตัวนี้ เพื่อนพี่แนนเคยอ่านเสียงดังๆ ว่า "ไก-รา-ฟี่" ด้วยหล่ะ ฮ่าๆๆ

ลิปสติก (lipstick) หรือเรียกกันสั้นๆว่าทาลิป น้องคนไหนชอบใช้ เรียกอีกอย่างว่าอะไรคะ?

ลิฟต์ (lift) เหมาะสำหรับคนไขข้อเสื่อมอย่างพี่แนน เย้ย พี่แนนขึ้นตึกด้วยบันได้ได้สูงสุดแค่ 5 ชั้นค่ะ นอกนั้นขอพึ่งลิฟต์อ่ะ

แสตมป์ (stamp) ภาษาไทย คือ ดวงตราไปรษณียากร แต่ก็ดูยาวใช่ไหมคะ เลยเรียกกันสแตมป์ สั้นกว่าเยอะ บางทีก็ได้ยินว่า ไปสแตมป์บัตรจอดรถ ก็คือประทับตราจิดรถนั่นเอง

สปาเกตตี (spaghetti) ของกินอีกหนึ่งเมนู เป็นเส้นๆราดซอสหลายแบบ พี่แนนก็ชอบทุกแบบแหละ อิอิ

โหวต (vote) ก็คือการลงคะแนนเสียง แต่ก็นิยมใช้เรียกสั้นๆมากกว่า

ออฟฟิศ (office) เวลาพูด ก็นึกถึงที่ทำงานใช่ไหมคะ ถ้าจะบอกว่ากลับสำนักงาน จะดูเชยไปไหม อิอิ

ฮอร์โมน (hormone) เวลาเจออาหารอร่อยๆ ฮอร์โมนพี่แนนก็พลุ่งพล่าน หน้าตาแจ่มใสกว่าปกติ (เอ๊ะ น่าจะเป็นน้ำย่อยมากกว่านะ ฮ่าๆ)

20 คำนี้เป็นส่วนหนึ่งนะคะ ยังมีอีกเยอะมากๆๆ ที่เราใช้ทับศัพท์กันจนชิน แม้บางคำจะมีคำไทยบัญญัติไว้ แต่เราก็ติดที่ความง่ายและสะดวกของภาษาอังกฤษ เลยใช้กันมาตลอด 20 คำที่ว่ามานี้ บางคำพี่แนนก็ไม่รู้ว่าศัพท์ไทยคืออะไร แหะๆ ก็เลยติดเรียกแบบนี้ไปเลย แต่ไม่ว่บศัพท์จะใช้ทับศัพท์มากแค่ไหน แต่ก็ต้องใช้ให้ถูกต้อง และไม่ลืมความหมายภาษาไทยด้วยนะคะ



อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/21967/20-คำทับศัพท์ที่ใช้บ่อยจนคิดว่าเป็นคำไทย.php#ixzz1CcN7YvBq